วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วันพระไม่ได้มีหนเดียว


     หลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า "วันพระไม่ได้มีหนเดียว" ซึ่งเป็นสุภาษิตที่มีความหมายทั้งในเชิงบวกและลบ ในแง่บวก หมายถึง การให้กำลังใจ ไม่ให้รู้สึกท้อแท้ ถ้าวันนี้ทำไม่ได้ ก็ยังมีโอกาสให้แก้ตัวใหม่ได้ในวันข้างหน้า ส่วนในแง่ลบ หมายถึง การอาฆาตแค้น พยาบาท ใช้เพื่อบอกกับคู่อริว่า โอกาสหน้าข้าจะมาเอาคืน ว่ะ ฮะ ฮ่า (จะหัวเราะทำไม 555+)

     ที่นำเอาสุภาษิตนี้มาพูดถึง ก็เพราะวันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นวันพระใหญ่ หลายคนคงมีโอกาสได้ไปทำบุญไหว้พระหรือเวียนเทียนในช่วงเย็น ซึ่งก็ขออนุโมทนาบุญด้วย แต่คงมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสได้ไปเพราะอาจมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ จึงเหมาะมากที่จะยกเอาคำคำนี้มาใช้ เพราะถ้าแปลความหมายกันตรงตัวแล้ว วันพระไม่ได้มีหนเดียว หมายถึง ใน 1 เดือนมีวันพระถึง 4 วัน หากพลาดโอกาสในการประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา ก็ยังมีโอกาสให้ได้ทำได้ในวันพระต่อ ๆ ไป

     แต่ในความเป็นจริง ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเลือกทำความดีเฉพาะในวันสำคัญ เพราะความดีไม่มีวันที่กำหนด ไม่มีวาระ และไม่จำเป็นต้องมีการวางแผน เพียงมีความศรัทธาและมีใจที่อยากจะทำ แค่มีโอกาสได้สวดมนต์ไหว้พระบ้างและไม่เบียดเบียนให้ผู้อื่นต้องเป็นเดือดร้อนหรือเป็นทุกข์ ก็ถือว่าท่านได้กระทำหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่ดีแล้ว ทั้งนี้การที่มีการกำหนดวันพระขึ้นมา เพื่อให้เรามีวันสำหรับการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาเป็นประจำทุกสัปดาห์ และถือว่าเป็นวันเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาศีลหรือปฏิบัติธรรม นั่นเอง ก่อนจบบทความในวันนี้ อยากให้จดจำไว้เสมอว่า แค่เราไม่ได้ทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา นั่นไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนไม่ดี ถ้าเรารู้และเข้าใจ ว่าสิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ แค่นั้นมันก็มากพอสำหรับคำว่า "พุทธศาสนิกชนที่ดี" แล้ว ^^

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น