วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

"ยอมแพ้" หรือ "แค่เรื่องธรรมดา" ?



ถ้ามนุษย์เรา เก็บเอาทุกคำพูด... 

ทุกการกระทำ...ทุกความรู้สึก...ของผู้คนรอบข้าง 


มาเก็บสะสมเอาไว้ข้างในสมองตลอดเวลา 


ในไม่ช้า สิ่งเหล่านั้นก็จะรุมเข้ามาทำร้ายจิตใจให้รู้สึกเหนื่อยล้า 


ไอ้ครั้นจะโบกมือลายอมแพ้ 


และปล่อยตัวเองให้กลายเป็นคนอ่อนแอ...มันก็ง่าย 


แต่จะดีกว่าไหม?


ถ้าในครั้งต่อไป เราจะไม่มีความรู้สึกอะไรให้กับเรื่องแบบนี้อีก 


การต่อสู้กับใจคนอื่นมันยาก 


แต่คงไม่ลำบาก ถ้าหากพยายามยับยั้งจิตใจตัวเอง


นิสัยของมนุษย์...มักรู้ว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกแย่

แต่ก็ชอบนัก ที่จะเอาจิตใจของตัวเองเข้าไปแหย่ 


ให้มันยิ่งรู้สึกแย่มากไปกว่าเดิม

ทางออกมีให้เลือกตั้งเยอะแยะ 


ก็ยังอยากจะหยุดแวะ เก็บนั่นโน่นนี่

มาให้ตัวเองต้องมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา


"ปัญหา" ก็แค่คำสองคำ 

ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำให้มันกลายเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่

ถ้าไม่แกร่งพอที่จะสู้ ก็หาพื้นที่ให้ตัวเองอยู่ในระยะปลอดภัย

พยายามหายใจเข้าไปลึก ๆ ฝึกผ่อนลมหายใจ...ออกไปช้า ๆ 

หลับตา...เปิดใจ...แล้วผ่อนคลายสมอง...สักสองสามวินาที

...เดี๋ยวเราก็จะรู้สึกดีขึ้นเอง ^^ 


วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความมั่นใจ...


 ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า การเชื่อมั่นและตั้งใจทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุด

ถึงแม้จะสะดุดกับอุปสรรคจนล้ม แต่เมื่อเราเลิกก้มหน้าแล้วลุกขึ้นยืน

เราก็ฝืนข้ามผ่านมันไปจนได้

หนทางอาจะดูยาวไกล แต่เมื่อคิดถึงความสุขตอนเข้าเส้นชัย

ระยะทางก็ดูเหมือนจะใกล้ลงแล้ว

อย่าสนใจในสิ่งที่ทำให้ใจสับสน เพราะนอกจากจะทำลายความอดทนให้หมดไป

ยังไม่ได้ช่วยทำให้สิ่งต่าง ๆ มันดีขึ้นเลยสักนิด

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้คิดอยู่เฉย ๆ หรือละเลย

เพราะการนิ่งเฉย ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ปัญหามันจบลงเหมือนกัน

แค่ปล่อยใจ...ปล่อยมันไปตามความรู้สึกและเหตุผล

โลกนี้คงไม่มีคนที่มีแต่เรื่องซวยตลอดปี หรือดีตลอดชาติเป็นแน่

จะมีก็แต่คนนั่นแหล่ะ ที่ไปกำหนดกฏเกณฑ์ ว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องดี เรื่องนี้เป็นเรื่องร้าย

ถ้ายอมแพ้และไม่คิดแม้แต่จะสู้ นั่นต่างหากที่ดูแย่กว่า

อย่ามัวนึกถึงสิ่งที่บั่นทอนจิตใจลงไปทีละนิด แต่หมั่นเก็บความคิดดี ๆ มาสะสมเอาไว้

ยิ้มและบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร เพิ่มความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอีกสักหน่อย

...แล้วทุกอย่างก็คงจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

รอ ไม้หันอากาศ กอ "รัก"


      ไหน ๆ ก็ผ่านเข้ามาสู่เดือนแห่งความรักทั้งที ขอลองเขียนบทความดี ๆ ที่เกี่ยวกับความรักมาให้อ่านกันบ้างดีกว่า อาจจะชวนอ๊วกไปสักนิด แต่เชื่อว่าใครหลายคนก็คงเคยคิดและรู้สึกเช่นเดียวกัน ^^

     ความรักที่แท้จริง...ไม่มีข้อกำหนด ไม่สามารถใช้กฎข้อบังคับใด ๆ มากะเกณฑ์หรือคาดคะเนได้ จะมีก็แต่เราเท่านั้นแหล่ะที่เข้าใจ ว่าความรักรูปแบบไหนที่ทำให้ใจของเรามีความสุขได้ ไม่ว่าจะเป็นรักแบบสมหวังหรือรักเค้าข้างเดียวแห้งเหี่ยวหัวโต แต่การที่ได้มีความสุขกับความรัก ได้ห่วงใย ได้คิดถึง สิ่งเหล่านี้ก็มีอนุภาพมากพอ ที่จะเปลี่ยนโลกของใครคนนึงให้กลายเป็นโลกใบใหม่ได้ในพริบตา

     ความรักดี ๆ ไม่มีขาย แต่หาซื้อได้ด้วยใจเท่านั้น คนเราถ้าอยากจะได้อะไร ก็ต้องแลกมาด้วยสิ่งที่มากว่าหรือมีค่าเท่าเทียมกัน ความรู้สึกของคนก็เป็นสิ่งมีค่า เมื่อเวลาที่เรารู้สึกรักใคร เรื่องเล็ก ๆ ก็มักกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ในทันที ห้วงเวลาแห่งความรักนั้นมันช่างมีความสุข อบอุ่น อ่อนหวานละมุน เจาะลึกเข้าไปในจิตใจทำให้พรุน จนแทบจะละลายเลยทีเดียว

     ความรัก...เป็นเสมือนแรงผลักดัน ที่ช่วยให้เราอยากจะฝ่าฟันและมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกใบนี้ ความสุขทางจิตใจที่ไม่อาจจะไม่มีใครเข้าใจ แต่เราสามารถตีความหมายของมันออกมาได้อย่างชัดเจน ถ้าไม่เคยมีความรัก คงไม่มีวันรู้ ว่าการได้เฝ้ามองดูคนที่เรารัก มันทำให้เรามีความสุขมากขนาดไหน แค่ได้เดินผ่าน แค่ได้มองหน้า แค่ได้สบสายตา ก็ช่วยทำให้วันเวลาในแต่ละวันมันเกิดคุณค่าขึ้นมาแล้ว

     ความรักไม่มีระยะเวลาและไม่สามารถบอกได้ว่า ต้องรักถึงเท่าไหร่จึงจะถึงขีดสุดท้ายของความรัก อาจจะเป็น 10 ปี 20 ปี หรือไม่มีกำหนดเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า เรายังสุขใจที่จะกอดเก็บความรักนั้นเอาไว้ ได้นานมากแค่ไหน ยิ่งถ้าเป็นความรักครั้งแรก ต่อให้เวลาผ่านไปหรือมีใครผ่านเข้ามา ก็อยากจะปิดกั้นไม่ให้มันโผล่ขึ้นมาจากห้วงลึกในจิตใจได้ 

     ยามที่คุณมีความรัก ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำให้เรารู้สึกแย่แค่ไหน มันจะผ่านไปอย่างว่องไวคล้ายกับลมพัด แต่ในทางกลับกัน เวลาที่เค้าทำให้เรารู้สึกดี ช่วงเวลาเหล่านี้จะถูกตีประทับเข้าไปในจิตใจ และเมมโมรี่เอาไว้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

     เวลาที่เรายิ้มหรือหัวเราะ ความสุขจะถูกส่งผ่านออกมาจนทำให้ผู้คนรอบข้างสามารถรับรู้ได้  ราวกับว่า เสียงข้างในใจมันดังออกมา ผสมผสานกับถ้อยคำและแววตา ที่เราสื่อสารออกมาโดยไม่รู้ตัว

     ความรักนอกจากจะทำให้เรามีความสุขมหาศาล แต่มันก็สามารถแปรเปลี่ยน ไปเป็นความทุกข์ที่เกินจะต้านทานได้ด้วยเหมือนกัน สังเกตุง่าย ๆ ที่ตัวเราเอง เวลาที่ต้องห่างไกลกับใครสักคนที่เรามีความรู้สึกรักและผูกพันธ์ เรามักจะพร่ำบอกกันว่าคิดถึงและห่วงใย แต่ใครจะไปรู้ ว่าข้างในใจ อาจจะมีแต่ความกลัวและความกังวลซ่อนเอาไว้ก็ได้ ความสุขเริ่มเปลี่ยนเป็นความทุกข์ การปล่อยวางก็กลับกลายเป็นเรื่องของความถูกผิด ยิ่งมากเข้าก็ยิ่งทำให้เรากลายเป็นคนไม่มีเหตุผลไปเลย สุดท้ายความรักที่เคยมีค่าก็กลายเป็นแค่เรื่องเศร้า ๆ ที่ทำให้เราเสียน้ำตาได้...ก็เท่านั้นเอง

     เพราะฉะนั้น ถ้าเราคิดจะมีความรัก ก็ต้องรู้จักที่จะเรียนรู้ และปรับตัวให้อยู่ในโลกแห่งความรักนั้นให้ได้ ถึงแม้ความจริง การทำให้คนอื่นมีความสุขจะไม่ได้ช่วยให้เรามีความสุขในทุก ๆ ครั้ง แต่ถ้าเราลองมองย้อนกลับมาข้างหลัง ในวันที่เราเคยมีความสุขกับความรัก มันก็จักทำให้เราเข้าใจ และยอมรับในการเปลี่ยนแปลงของความรักที่ไม่เคยควบคุมได้...ตลอดเวลา