วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ออ อา นอ อาน ไม้เอก อ่าน
สมัยนี้จะมีสักกี่คน ที่พอเห็นตัวหนังสือยาว ๆ เป็นบรรทัด ยิ่งยาวเฟื้อยจนเต็มหน้ากระดาษแล้วอยากนั่งอ่านให้สบายอุรา มีแต่จะเบือนหน้าหนี หรือไม่ก็เปิดผ่านไปให้ไวที่สุด เพราะทุกวันนี้ มนุษย์เราให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว กระชับ ฉับไว จนทำให้ลืมคิดไป ว่าเรื่องบางอย่าง ถ้าไม่พิจารณาข้อมูลให้รอบคอบ อาจะทำให้เราเข้าใจความหมายในทางที่บิดเบือนไปก็ได้ เหมือนอย่างที่เขาว่า "ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด" นั่นแหล่ะ แต่เราไม่ได้พูดถึงการฟัง เพราะการฟังมันมีโอกาสที่เราจะผิดพลาดได้มากกว่า หากมีสิ่งรบกวน แต่การอ่านมันอยู่ที่สมาธิและความรู้สึกอยากรับรู้ของผู้อ่านมากกว่า
จากสถิติการอ่านหนังสือของคนไทยปี 51 (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ) พบว่าคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไปอ่านหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือเรียนหรือเพื่อการทำงานเพียง 66.3% ประเภทหนังสือที่อ่านมากที่สุด คือ
1. หนังสือพิมพ์ 71% (ใกล้เคียงกับประเทศออสเตรเลีย ร้อยละ 77.3)
2. นิยาย / การ์ตูน 38.8%
3. นิตยสาร 35.4%
แยกกลุ่มตามวัยพบว่า
1. กลุ่มวัยเด็กอ่าน 81.5%
2. กลุ่มเยาวชนอ่าน 78.6%
3. กลุ่มทำงาน 64.3%
4. กลุ่มผู้สูงอายุ 39.3%
แยกตามเพศพบว่า
1. ชายอ่าน 67.5%
2. หญิงอ่าน 65.1%
ในกลุ่มเด็กเล็กพบว่า
1. เด็ก กทม. อ่านมากที่สุด 45.3 %
2. เด็กอีสานอ่านน้อยที่สุด 31.3 %
แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือคนไทยใช้เวลาในการอ่านหนังสือน้อยลงเฉลี่ย 51 นาทีต่อวัน ในปี 2548 เหลือ 39 นาทีต่อวัน และในปี 2551 มีกลุ่มเยาวชนอ่านหนังสือมากที่สุด 46 นาทีต่อวัน แล้วอีก 1,394 นาที เอาไปใช้ทำอะไรกันหมด ซึ่งก็พอเข้าในใจ ว่าส่วนใหญ่คงใช้เวลาหมดไปกับการทำงาน การพักผ่อน การท่องเที่ยว หรือแม้แต่การให้เวลากับครอบครัว (ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าน้อยมาก) นอกจากนั้น คงหมดเวลาไปกับการคอมเม๊นท์ โพสต์รูป สร้างเมือง ปลูกผัก หรือไม่ก็จีบกันไปตามประสา หรือไม่ก็ใช้เวลาไปกับการทำบล็อกเหมือนผมนี่แหล่ะ 555+
เมื่อก่อนผมเองก็ชอบการอ่านหนังสือมาก แต่ยอมรับว่าตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ หนังสือทั้งหลายก็ถูกจัดกลับเข้าไปในตู้ และแทบจะไม่ได้แตะมันอีกเลย ก็เพราะทุกอย่างมันหาได้จากในเน็ตหนิ แล้วจะต้องไปอ่านมันอีกทำไม ใช่! มันก็ถูก แต่ไม่ทั้งหมด รู้ไหม? ประโยชน์ของการนั่งอ่านหนังสือจริง ๆ คืออะไร มันคือการที่เราได้ใช้เวลาและสมาธิทั้งหมด จดจ่อกับการอ่าน เพื่อจดจำและรับรู้สิ่งต่าง ๆ ผ่านทางตัวหนังสือ ถ้าคนที่รักการอ่านจริง ๆ คงเข้าใจ ว่าสิ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้ คือความตั้งใจของผู้เขียน กว่าจะออกมาเป็นหนังสือสักเล่มหรือบทความสักหน้า มันต้องใช้เวลาในการจัดทำ กว่าจะหาข้อมูล กว่าจะเริ่มเขียน กว่าจะได้แรงบันดาลใจ แต่กลับถูกเมินไป เพราะไม่มีใครสนใจที่จะอ่านมัน ผมไม่ได้บังคับนะและไม่ได้คิดตำหนิคนที่ไม่ชอบการอ่านด้วย เพราะทุกคนย่อมมีภาระหน้าที่และความชอบที่แตกต่างกัน แต่อย่างน้อย สักช่วงเวลานึงที่เราพอจะเจียดเวลาได้ ลองหาอะไรที่เราสนใจแล้วนั่งอ่านมันไป ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือเล่มหนา ๆ จะเป็นใบปลิว แผ่นพับ บทความจากอินเตอร์เน็ต หรือแม้แต่ FW เมลล์ที่เพื่อนของคุณส่งมาให้ เราแล้วจะรู้ ว่าไอ้ตัวหนังสือยาวยืดที่เราไม่เคยใส่ใจ มันให้อะไรมากกว่าทำให้ตาลายอย่างแน่นอน ^^
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น