วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554
สะสมความสุขให้กับหัวใจใน 365 วัน : Chapter 2 "หมั่นยิ้มให้ตัวเองบ่อย ๆ"
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียง นั่นคือ "รอยยิ้ม" ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มในรูปแบบไหน มันก็ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเป็นสุขใจทั้งนั้น ยกเว้นแต่รอยยิ้มประเภท "แสยะยิ้ม" หรือ "ยิ้มแบบดูถูกถากถาง" เหมือนตัวร้ายในละครทีวีเท่านั้น ที่อาจจะเปลี่ยนจากความสุขใจกลายเป็นความหมั่นไส้ ขึ้นมาได้ในทันที
บ่อยครั้งที่พบเห็นใบหน้าของผุ้คน เวลาที่เคร่งเครียดกับการดำเนินชีวิต ส่วนใหญ่มักจะนั่ง หน้านิ่ว คิ้วขมวด บึ้งตึง นี่ยังไม่รวมถึงอาการที่แสดงออกมาพร้อมสีหน้า เช่น อารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด โกรธง่าย คล้ายคนเป็นบ้า บางรายก็ร้องไห้ เสียน้ำตา เพราะไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง ถ้าเป็นประเดี่ยวประด๋าวก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าทำบ่อยเกินไปจนเริ่มติดเป็นนิสัย คนรอบข้างก็คงไม่อยากจะเข้าใกล้เหมือนกัน เป็นผม ผมก็ไม่อยากมองหน้าคนที่วัน ๆ เอาแต่ทำหน้าเหมือนยักษ์วัดแจ้งหรอกนะครับ เพราะมันชวนให้เสียวสันหลังว่าจะถูกกินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สู้เอาเวลาไปมองหน้าคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะช่วยทำให้ผมรู้สึกสุขใจได้ คงจะเสียดีกว่า
สิ่งที่ผมมักจะทำอยู่เสมอ เวลาที่ส่องกระจก คือการยิ้มให้กับตัวเอง เพราะมันเป็นวิธีที่ดีและง่ายที่สุดในการให้กำลังใจกับตัวเอง และการมองดูสีหน้าของตัวเองในกระจก เวลาที่เรารู้สึกไม่ดี มันจะช่วยให้เรามองเห็นการแสดงออกทางสีหน้าของเราในขณะนั้น ซึ่งถ้ามันแย่ขนาดที่เราเองยังไม่คิดอยากจะมอง ก็คงไม่มีใครที่ไหนเค้าอยากจะมองหน้าเราเหมือนกัน ทีนี้ เมื่อคุณรู้ตัวแล้ว ว่าใบหน้าของคุณเวลาที่มีปัญหามันดูแย่ คุณก็แค่ปรับเปลี่ยนความรุ้สึกบนใบหน้า จากแหล่งรวมความรู้สึกร้าย ๆ ให้กลายเป็นรอยยิ้มไปซะ คุณจะรู้สึกดีขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ คราวนี้ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่คุณมี มันจะเริ่มเบาบางลง เพราะเวลาที่คุณยิ้ม ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความสุข ที่ชื่อว่า เอนเตอร์ฟีน ออกมา ซึ่งมันช่วยทำให้สมองได้รับการผ่อนคลายและรู้สึกสบายขึ้นนั่นเอง
ครั้งหนึ่งผมเคยทำงานเป็น call center ของบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อนะครับ คำแนะนำจากรุ่นพี่ที่อบรม คือทุกคนควรจะมีกระจกเล็ก ๆ ตั้งเอาไว้ที่โต๊ะทำงาน ซึ่งประโยชน์ของมันไม่ใช่เอาไว้แต่งหน้า หรือมองหาผักชีที่ติดฟันหรอกนะครับ แต่มันเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิ์ภาพ เพราะไม่ว่าคุณจะเจอกับลูกค้าแบบไหน เพียงคุณมองเข้าไปในกระจก และเริ่มยิ้มไปพร้อม ๆ กับพูด น้ำเสียงและอารมณ์ของคุณจะดูเป็นมิตรขึ้นมาในทันที และสามารถเปลี่ยนบรรยากาศที่ตึงเครียด ให้กลายเป็นเรื่องเบา ๆ ได้ในพริบตา ซึ่งใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน การพบปะกับผู้คน หรือแม้แต่การปลอบใจตัวเอง
สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณควรจะจำไว้เสมอ คือ ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมองว่าคุณเป็นคนบ้า เพราะผมเชื่อว่ารอยยิ้มเป็นสิ่งวิเศษที่สุดที่ติดมากับตัวมนุษย์ทุกคน แต่หลายคนกลัวที่จะแสดงมันออกมา เอาล่ะ จากนี้ไป ไม่ว่าจะมีเรื่องราวเลวร้ายสักแค่ไหน ขอให้คุณเดินตรงไปที่หน้ากระจก แล้วยกมุมปากขึ้น เพื่อฝืนยิ้มให้กับตัวเอง ถึงแม้มันจะยาก แต่คุณก็รู้ว่าามันไม่ได้ลำบากจนเกินไป อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณได้เห็น ว่าในช่วงเวลาที่คุณไม่เหลือใคร คุณก็ยังมีอีกคนหนึ่งที่เข้าใจ และพร้อมจะมอบรอยยิ้มให้กับคุณ ^^
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น